วิธีเริ่มต้นวางแผนชำระหนี้ เพื่อการปลดหนี้อย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนง่ายๆ ในการวางแผนชำระหนี้ที่จะทำให้คุณไม่กลับมาเป็นหนี้อีกครั้ง ใครที่ยังหาทางออกไม่ได้ไม่ควรพลาด

mmm.in.th ย่อให้

  • หนี้สินสามารถหมดได้ถ้ามีการวางแผนการชำระหนี้อย่างเป็นระบบ
  • วิธีการชำระหนี้อย่างเป็นระบบ เริ่มต้นด้วยการ ลิสต์รายการหนี้ที่มีทั้งหมด ตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน วางแผนการชำระหนี้สินอย่างตามลำดับ ทำตามแผนการที่วางเอาไว้ และเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินใหม่ของตนเอง
  • วิธีการใช้ชีวิตไม่ให้มีหนี้สินก็คือ ใช้เฉพาะเงินสดเท่านั้น กดเงินแค่สัปดาห์ละครั้ง ใช้บัตรเครดิตแค่ใบเดียว จ่ายยอดชำระบัตรเครดิตด้วยยอดสูงสุด และวางแผนการใช้เงินอย่างเคร่งครัดทุกเดือน

เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าเราเริ่มจะจ่ายหนี้ไม่ไหวแล้ว นั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรามีหนี้สินเกินตัวหรือหนี้เยอะเกินไป ถ้ารู้สึกแบบนี้เมื่อไหร่ล่ะก็ คุณต้องเริ่มต้นวางแผนในการจัดการแล้ว นั่นก็คือการวางแผนชำระหนี้อย่างเป็นระบบ การจ่ายหนี้ไม่ใช่นึกจะจ่ายังไงก็จ่าย แบบนั้นไม่เรียกว่าเป็นการวางแผนที่ดี เนื่องจากไม่มีการจัดลำดับความสำคัญของหนี้ก่อนจ่าย บางครั้งอาจทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาก็ได้

เพราะฉะนั้นถ้าท่านใดที่กำลังมีปัญหาเรื่องหนี้สินอยู่ เรามีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับวิธีการวางแผนชำระหนี้มาให้ทุกท่านได้ดูแล้วนำเอาไปปรับใช้กับตัวเอง ในการวางแผนเพื่อชำระหนี้ตั้งแต่ขั้นตอนแรก ไปจนถึงวิธีการที่จะไม่กลับมาเป็นหนี้อีกรอบต้องทำอย่างไร และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราหมดหนี้สิน เมื่อนั้นเราถึงจะรู้สึกถึงคำว่าอิสรภาพอย่างแท้จริง แม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้าเหมือนคนอื่นก็ตาม 

เริ่มต้นวางแผนชำระหนี้ด้วย 6 ขั้นตอนง่ายๆ 

เหตุผลที่เราจำเป็นต้องมีแผนการชำระหนี้ก็เพื่อที่จะได้รู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด อะไรที่เราควรทำอะไรก่อนหรือหลัง เมื่อจัดลำดับความสำคัญได้แล้ว การชำระหนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและกดดันน้อยลง มีขั้นตอนดังนี้คือ

1.ลิสต์รายการหนี้สินที่มีทั้งหมด

  • ให้สำรวจและลิสต์หนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมดในขณะนี้ว่ามีกี่เจ้า เป็นเงินเท่าไหร่ คิดอัตราดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาในการจ่ายนานแค่ไหน และเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายต่องวดกี่บาท เป็นต้น
  • ถ้าจะให้ดีที่สุดแนะนำว่าให้บันทึกลงบนกระดาษหรือใน Excel ก็ได้ จะทำให้การค้นหาข้อมูลง่ายขึ้น ขั้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละท่าน
  • เมื่อเราเห็นภาพรวมของหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมด การวางแผนในขั้นต่อไปก็จะทำได้ง่ายขึ้น 

2.อย่าก่อหนี้ใหม่เพิ่ม

  • ระหว่างที่เรายังมีหนี้เก่าอยู่ ไม่ควรจะก่อหนี้ก้อนใหม่เพิ่มเติม
  • การก่อหนี้ระหว่างที่หนี้เก่ายังอยู่ จะเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินให้หนักยิ่งขึ้น

3.ตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน

เมื่อเรารู้จำนวนหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการสำรวจบัญชีรายรับ-รายจ่ายและทรัพย์สินทั้งหมดที่เรามีอยู่ เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนชำระหนี้ต่อไป ได้แก่

3.1) รายรับทั้งหมดในปัจจุบัน

  • คือ การรวบรวมแหล่งรายได้ทุกทางที่เข้ามา เช่น รายได้จากงานหลัง รายได้จากงานเสริม รายได้จากการลงทุน แล้วรวมทั้งหมดว่าเป็นจำนวนเงินกี่บาทในแต่ละเดือน 

3.2) รายจ่ายทั้งหมดในปัจจุบัน

  • ให้ลิสต์รายการจ่ายเงินทั้งหมดที่จำเป็นในแต่ละเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพย์ ค่าผ่อนรถ รวมแล้วเป็นเงินกี่บาทที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน

3.3) เขียนรายละเอียดการใช้เงิน

  • คือการเขียนรายละเอียดของรายรับและรายจ่ายแต่ละรายการอย่างละเอียด ว่าแต่ละหมวดหมู่รวมแล้วเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ เพื่อวางแผนในขั้นต่อไป

3.4) เปรียบเทียบรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน

  • เพื่อดูว่ารายรับที่เรามีในตอนนี้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือไม่ โดยแบ่งเป็น
3.4.1) มีรายรับมากกว่ารายจ่าย
  • แสดงว่าเรามีศักยภาพในการชำระหนี้ได้ปกติ แต่ถ้าต้องการเซฟค่าใช้จ่ายให้น้อยลงก็สามารถตัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างอื่นลงไปได้
3.4.2) มีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย
  • แสดงว่าเราไม่มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ และการชำระหนี้ 
  • ถ้าสถานการณ์ของใครกำลังเป็นแบบนี้อยู่ต้องรีบแก้ไขด่วน เพราะอาจจะทำให้กลายเป็นปัญหาการเงินในอนาคตได้ เช่น การมีหนี้สิน การผิดชำระหนี้ ไปจนถึงการฟ้องร้องดำเนินคดี

3.5) สำรวจทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่

  • ลองสำรวจดูว่าขณะนี้เรามีทรัพย์สินอะไรบ้างที่พอจะนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดและนำมาชำระหนี้ได้ เช่น ทองคำ เงินออม หรือเงินลงทุน 
  • สำรวจมูลค่าทรัพย์สินที่มีทั้งหมดว่าราคาขายในขณะนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ จะเพียงพอสำหรับการจ่ายหนี้หรือไม่

4. วางแผนในการชำระหนี้

เมื่อเรารู้ข้อมูลและเห็นภาพรวมรายรับ-รายจ่ายทั้งหมดของเราแล้ว ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการวางแผนสำหรับชำระหนี้ มีขั้นตอนดังนี้คือ

4.1) จัดประเภทของหนี้สิน

โดยการแบ่งหนี้สินออกเป็น 2 กลุ่มคือ

4.1.1) หนี้สินระยะสั้น 
  • คือ หนี้สินที่มียอดอยู่ไม่มากเท่าไหร่ สามารถที่จะหาเงินก้อนจากโบนัสหรือขายทรัพย์สินที่มีอยู่มาปิดหนี้ได้เลย เช่น หนี้บัตรเครดิต
4.1.2) หนี้สินระยะยาว 
  • คือ หนี้ที่มีระยะการผ่อนที่ยาวนานและมียอดคงเหลือที่สูงมาก แม้ว่าจะขายทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดแล้วก็ยังไม่สามารถปิดหนี้ได้ เช่น หนี้บ้าน

4.2) ควรชำระหนี้ก้อนไหนก่อนดี? 

เมื่อแบ่งประเภทของหนี้สินได้แล้ว ต่อไปก็ให้มาจัดเรียงลำดับความสำคัญในการชำระหนี้ โดยการจัดลำดับความสำคัญนั้นแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละท่าน ซึ่งจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ

4.2.1) ชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน 
  • วิธีนี้จะช่วยให้เราเซฟเงินค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายได้ หนี้ประเภทนี้หมดเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเสียเงินน้อยเท่านั้น
4.2.2 ชำระหนี้ที่มียอดคงเหลือน้อยที่สุดก่อน
  • วิธีนี้จะทำให้เรามีเงินเหลือเอาไปใช้ปิดหนี้ก้อนอื่นต่อไปได้ อีกอย่างก็ยังทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจในการชำระหนี้ต่อไปด้วย เพราะตอนนี้หนี้ของเราหมดไปก้อนหนึ่งแล้ว 

4.3 หาวิธีในการแก้ไขปัญหาหนี้

คือการหาวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งอาจจะต้องใช้หลายๆ วิธีเข้ามาช่วย ได้แก่

  • หารายได้ให้มากขึ้น ด้วยการทำอาชีพเสริม รับงานพิเศษนอกเวลา 
  • ลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ตรงไหนที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด และการช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าใหม่หรือของอะไรที่ฟุ่มเฟือยก็ต้องหยุดก่อน เพื่อนำเงินส่วนนั้นมาใช้หนี้ปิดหนี้
  • ขายทรัพย์สินที่มีอยู่ตอนนี้ คือมีทรัพย์สินอะไรที่พอจะนำไปขายแลกเป็นเงินสดได้ก็ต้องขายเพื่อนำมาจ่ายหนี้ก่อน โดยเฉพาะหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงต้องรีบปิดให้เร็วที่สุด
  • เจรจากับเจ้าหนี้ หากทำทุกวิธีแล้วแต่ว่าเงินก็ยังไม่เพียงพอสำหรับชำระหนี้ ขั้นตอนต่อไปให้เราลองติดต่อกับสถาบันการเงินเพื่อขอเจรจาต่อรองหนีก็ได้ ซึ่งทางเจ้าหนี้อาจมีวิธีช่วยหลายรูปแบบ เช่น 
  • ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ 
  • รีไฟแนนซ์ 
  • ยืดระยะเวลาหนี้ 
  • พักชำระหนี้ชั่วคราว 
  • ลดอัตราดอกเบี้ย 

5.ลงมือทำตามแผนที่วางไว้

ตอนนี้เราก็ได้ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดแล้วทั้งแผนการชำระหนี้ รายละเอียดหนี้สินและรายละเอียดทรัพย์สินของเราเอง ต่อไปก็คือการเริ่มลงมือทำตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเคร่งครัด ได้แก่

  • เริ่มต้นชำระหนี้สินตามลำดับความสำคัญที่วางเอาไว้
  • นำทรัพย์สินที่พอจะขายแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้แล้วนำไปปิดหนี้
  • อย่าละเลยการชำระหนี้ก้อนใดก้อนหนึ่ง ให้ชำระให้หมดทุกก้อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมา เช่น การโดนยึดทรัพย์หรือถูกฟ้องร้อง
  • ชำระหนี้ให้ตรงเวลาอย่าจ่ายล่าช้าเพื่อป้องกันไม่ให้มีดอกเบี้ยเพิ่มเติมและค่าปรับ
  • มองหาแนวทางที่จะเก็บออมเงินให้ได้มากขึ้นเสมอ เพื่อนำมาปิดหนี้
  • ในกรณีที่มีปัญหาในการชำระหนี้ควรรีบติดต่อกับเจ้าหนี้ทันทีพร้อมกับบอกเหตุผล อย่าเงียบไปเฉยๆ 

6.เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินใหม่

วิธีที่จะแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินที่ดีที่สุดและถาวรที่สุดก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราเอง เพราะหากยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ปัญหาหนี้สินก็อาจกลับมาเป็นอีกได้เสมอ

6.1) สร้างบัญชีเงินเก็บสำรองฉุกเฉิน 

  • เพื่อเอาไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ตกงาน หรือมีเหตุการณ์อย่างอื่นที่ไม่คาดคิด 
  • เงินสำรองฉุกเฉินควรเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นทุกอย่างอย่างน้อย 3-6 เดือน
  • บัญชีเงินออมสำรองฉุกเฉินควรแยกต่างหากกับบัญชีเงินออมปกติ

6.2) ออมเงินก่อนแล้วค่อยใช้

  • เมื่อมีรายรับเข้ามาจากงานประจำหรือจากงานพิเศษ จะต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งเก็บออมเอาก่อน เหลือจากนั้นค่อยนำไปใช้จ่าย
  • บัญชีเงินออมควรแยกจากบัญชีค่าใช้จ่ายรายเดือน 

6.3) วางแผนการใช้เงินอย่างละเอียด

  • เริ่ม วางแผนการใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้ชัดเจน โดยแยกเป็นหมวดหมู่ว่าแต่ละหมวดมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น กินข้าวนอกบ้าน ท่องเที่ยว หรือซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ 

ควรใช้ชีวิตอย่างไรถึงจะไม่เป็นหนี้?

เชื่อว่าทุกคนก็คงไม่มีใครอยากจะเป็นหนี้คนอื่น เพราะการหาเงินมาแล้วต้องใช้หนี้หมดจนตนเองแทบไม่เหลือใช้นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆ ยิ่งมีหนี้เยอะก็ยิ่งเพิ่มความกังวลและทุกข์ใจมากเท่านั้น แล้วเราควรจะใช้ชีวิตอย่างไรดีล่ะ ถึงจะไม่เป็นหนี้

  • ใช้เฉพาะเงินสด เวลาจะซื้อข้าวของอะไรก็ใช้เฉพาะเงินสดเท่านั้น เพราะเวลาใช้เงินสดจะทำให้เราคิดรอบคอบมากขึ้นถ้าไม่มีเงินสดในกระเป๋าก็ยังไม่ต้องซื้อ
  • กดเงินสัปดาห์ละครั้ง วางแผนการใช้เงินเอาไว้ล่วงหน้าแล้วกดเงินแค่สัปดาห์ละครั้งเพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่วางแผนไว้ และไม่นำไปใช้อะไรที่จำเป็น
  • ใช้บัตรเครดิตแค่ใบเดียว โดยเลือกใช้บัตรที่มีดอกเบี้ยต่ำที่สุดหรือเลือกบัตรที่มีผลตอบแทนที่ดีที่สุดด้วยก็ได้ เช่น ได้รับคะแนนสะสมจากการใช้บัตร
  • จ่ายชำระยอดค้างชำระบัตรเครดิตให้หมดทุกเดือน ถึงแม้ว่าบัตรจะมีกำหนดให้จ่ายแค่ยอดขั้นต่ำได้ แต่ทางที่ดีให้เราจ่ายยอดเต็มจะดีที่สุด เพราะยิ่งเราจ่ายน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ดอกเบี้ยสะสมมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นให้จ่ายยอดเต็มดีกว่า 
  • จ่ายหนี้บัตรเครดิตให้หมดเร็วที่สุด เพราะหนี้บัตรเครดิตมีดอกเบี้ยที่สูงฉะนั้นควรรีบหาเงินมาจ่ายให้หมดหนี้สินตรงนี้ ยิ่งปล่อยไว้ก็ยิ่งทำให้ดอกเบี้ยบานปลายมากเท่านั้น
  • วางแผนการใช้เงินและทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่กลับมาเป็นหนี้อีกครั้งและมีอนาคตทางการเงินที่สดใส เพราะการไม่มีหนี้คือการมีอิสระอีกอย่างหนึ่ง

สรุปท้ายบท

ความจริงแล้วการเป็นหนี้ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวหรือว่าเลวร้ายอะไรเลย แต่เมื่อเป็นแล้วเราต้องวางแผนให้ดีถึงแผนการใช้เงินและวางแผนการใช้หนี้อย่างเป็นระบบระเบียบ ถ้ามีการวางแผนอย่างการใช้หนี้อย่างรอบคอบแล้วล่ะก็ได้ ทุกคนสามารถที่จะเป็นหนี้ได้อย่างสบายใจ 

สำหรับท่านใดที่มีหนี้สินอยู่ในตอนนี้แล้วไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ท่านสามารถนำวิธีการวางแผนชำระหนี้ทั้ง 6 ข้อข้างต้นไปปรับใช้กับสถานการณ์ตอนนี้ของท่านได้เลย เชื่อว่าอย่างน้อยคงทำให้ทุกคนมองเห็นทางออกจากปัญหาได้ชัดเจนขึ้นไม่มืดมนเหมือนตอนแรก

อ้างอิง